ร่างบางของพลับพลึงขึ้นไปคร่อมที่บริเวณลำตัวหนาของบูม
ก่อนจะค่อยๆประทับจูบลงที่ริมฝีปากบางของบูม
จูบที่ละเมียดละไมและแสนจะอ่อนโยนต่างจากการจูบแบบเมื่อกี้เยอะ
รอบนี้เหมือนจะค่อยเป็นค่อยๆไป
มือน้อยค่อยๆลูบไล้เรือนร่างของบูมจากบริเวณหน้าอกลงไปเรื่อยๆ
หน้าท้อง จนถึงอวัยวะส่วนสำคัญของกระบวนการทุกอย่างในค่ำคืนนี้
แก่นกายยักษ์พองตัวสู้มือเล็กได้อย่างดี
ปากที่ยังไม่ผละออกจากกันก็ยังคงดูดดึงอยู่แบบนั้นเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือความวาบหวิวและโหวงในช่องท้องของทั้งบูมและพลับพลึงได้เป็นอย่างดี
ร่างบางถอนริมฝีปากอันแสนหวานออกก่อนจะเปลี่ยนไปงับติ่งหูของบูมเพิ่มความสยิวให้กับร่างหนาที่นอนนิ่งให้คนตัวเล็กทำอะไรตามใจชอบอยู่
บูมครางในลำคอเพราะเสียวซ่านจากการกระทำของมือน้อยๆที่รูดรั้งแก่นกายอยู่
พลับพลึงเลื่อนปากจากติ่งหูไปบริเวณสันกรามไล้ไปถึงลำคอขาวที่คิดไว้ว่ามันน่าทำรอยเป็นที่สุด
ในจะหน้าอกหน้าใจและกล้ามท้องบางๆที่อยากสร้างรอยไว้เยอะแยะอีก
ร่างกายของบูมเป็นสิ่งที่น่าหลงใหลยิ่งนัก
“เราทำรอยได้มั้ยบูม...ตรงคอ”
พลับพลึงถามคนที่อยู่ใต้ร่างของตน
“ถ้ามึงอยากทำก็ทำ
ยังไงคืนนี้มึงกับกูก็ต้องรวมร่างกันอยู่แล้ว”
“นั่นสินะ ตัวบูมหอมมาก
หอมไปทุกที่ เลื่อนจมูกไปทางไหนก็อยากซุกอยากจูบไปหมด” พลับพลึงกระตุกยิ้มใสซื่อปนความร้ายกาจลงไป
ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปจูบที่ปากแรงๆหนึ่งที
“มึงก็หอม...อ่าห์”
บูมครางออกมาทันทีที่ริมฝีปากนุ่มครอบครองแก่นกายหนาพร้อมหยอกล้ออย่างเอาใจ
ก่อนจะชักรูดแก่นกายด้วยโพลงปากเล็กขึ้นสุดลงสุดแบบที่บูมชอบ
จนต้องมองพลับพลึงใหม่
พลับพลึงในสายตาคนภายนอก
อาจจะเป็นผู้ชายที่ดูไม่มีพิษภัย เป็นดังผ้าข้าวบริสุทธิ์ไร้สีสันแต่งแต้ม
แต่สำหรับบูม พลับพลึงน่ะร้ายจะตาย
แน่นอนว่าบูมรู้ทุกอย่าง
เพราะบูมเคยเห็นพลับพลึงกำลังนั่งยิ้มพริ้มอยู่ในรถโดยมีผู้ชายอีกคนนึงมุดขึ้นมุดลงใต้หว่างขาของเจ้าตัวในรถซีวิคสีขาวของคนที่มาส่ง
แต่ฟิล์มมันไม่ได้ดำขนาดนั้นไง
แม้จะไม่ได้เห็นแก่นกายแต่ก็พอจะรู้ได้ว่านั่นคือการทำอะไร และคงไม่ใช่การก้มเก็บปากกาหรอก
บูมมั่นใจ
แม้ว่าแฝดพลับพลึงกับพลับพลาจะหน้าตาเหมือนกันยังไง
แต่สรีระของพลับพลึงก็ดูเล็กกว่าบางกว่า
แถมนิสัยยังออดอ้อนไม่ปากหมาเหมือนพลับพลาคนพี่ที่หยาบคายได้ตลอดเวลา
แต่รสนิยมของพลับพลานั้นค่อนข้างชอบกินแบบส่วนตัว ไม่ออกมาโจ่งแจ้งในที่สาธารณะแบบนี้
ยิ่งในที่แคบๆอย่างรถ พลับพลายิ่งไม่ทำเพราะมันเคยบ่นว่ากลัวรถเปื้อนกลัวรถสกปรก
ข้อสรุปนี้เลยทำให้บูมยิ่งมั่นใจเข้าไปอีกว่าคนในรถ
ไม่ใช่พลับพลาและเป็นพลับพลึงแทน และนั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่บูมเห็น
บางครั้งถึงขั้นขย่มกันเสียด้วยซ้ำ ซึ่งคนที่ขย่มไม่ใช่พลับพลึงแต่เป็นเจ้าของรถซีวิคสีขาวคันเดิมนั่นแหล่ะ
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่บูมกลับบ้านดึกแล้วเห็นภาพอย่างว่าแบบนั้นตลอด
พลับพลึงใสใสไม่มีจริงซักนิด
ยิ่งน่าสนุกเข้าไปใหญ่เมื่อทุกคนคิดว่าพลับพลึงแสนดีที่สุด
ผิดกับบูมที่รู้เห็นทุกอย่าง และรู้สึกท้าทายมาก อยากจะกดให้ร้อง
ทุกอย่างเป็นใจมากในเมื่อรู้แบบนี้แล้วบูมก็ยิ่งต้องสานสัมพันธ์
คนที่เรียบร้อย(?)น่ารักแถมเป็นงานขนาดนี้หายากจะตาย
ไม่รีบคว้านี่หายเข้ากลีบเมฆพอดี
ในขณะที่โพรงปากนุ่มทำหน้าที่แก่นกายยักษ์ก็พ่นน้ำสีขาวขุ่นออกมาแบบไม่ส่งสัญญาณอะไรเลยเพราะจังหวะที่พลับพลึงทำนั้นถี่เหมือนอยากให้เสร็จไวๆเพื่อจะดำเนินกิจกรรมต่อไป
คนตัวเล็กเก็บกลืนทุกหยาดหยดของน้ำกามก่อนจะดูดส่วนหัวและโลมเลียหยอกล้อแก่นกายที่ยังไม่หายแข็งดีให้ตั้งขึ้นมาอีกครั้ง
คนตัวเล็กเขยิบขึ้นไปจูบสันกรามและหอมบริเวณคอของบูม
โดยที่มือยังคงหยอกล้อเล่นส่วนนั้นอย่างชอบใจอยู่ก่อนที่จะเอื้อมมือหยิบถุงเซเว่นที่บรรจุเจลหล่อลื่นขวดเล็กที่พื้นและแกะพาสติกห่อหุ้มออก
บูมมองภาพนั้นปนตลกแล้วพลิกตัวลุกขึ้นคร่อมคนตัวเล็กที่กำลังจะเปิดฝาเจลหล่อลื่นอย่างเงอะงะ
ทั้งๆที่ฝามันไม่ได้แน่นขนาดนั้นแต่พลับพลึงกลับดึงมันไม่ออกเสียที
มือหนาของบูมหยิบเจลหล่อลื่นวางไว้ข้างตัวก่อนจะจ้องมองเข้าไปในแววตากลมอันแสนซุกซนนั้น
จูบรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวันนี้ที่ทั้งคู่ได้ป้อนกัน
แต่นี่คือครั้งแรกที่บูมเริ่ม ลิ้นร้อนค่อยๆชิมน้ำหวานจากโพรงปากนิ่มทีละนิดแต่ก็ดุดันและร้อนแรงจนพลับพลึงเองก็แทบบ้า
ตอบสนองความต้องการของจูบนั้นอย่างโหยหาและต้องการ
ไม่นานนักทั้งคู่ก็ผละริมฝีปากออก
“บูมจะออนท็อปหรอ?” พลับพลึงถามบูม
“ออนท็อปคืออะไร?”
“ก็ขึ้นให้ ทำให้ อยู่บนอะไรแบบนี้”
ร่างเล็กตอบพร้อมยิ้มก่อนที่จะใช้มือไปบีบเค้นบริเวณเอวสอบ
“คงแบบนั้น อย่างว่าแหละมึง
อยู่ข้างบนมันคอนโทรลสะดวกกว่า”
“เราก็ชอบนะ แต่ถ้าบูมจะขึ้น
เรานอนเฉยๆก็ได้ เราตามใจบูมอยู่แล้วยังไงปลายทางก็เหมือนกันอยู่ดี”
“นั่นสิเนาะ... “
“อื้มมม”
”ยังไงมึงก็ต้องเป็นเมียกูอยู่ดี”
“เราว่าบูมเข้าใจอะไรผิด...เราไม่ได้คิดแบบนั้น”
“แต่กูคิดว่ามึงต้องเป็นเมีย”
“บูมอย่าเอาแต่ใจ”
“กูว่ากูพูดชัดเจนนะครับคุณพลับพลึงตำลึงต้องใส่ต้มจืด”
“ถ้าบูมจะให้เรารับ
เราคงต้องขอแยกตรงนี้” พลับพลึงทำท่าทางจะลุกขึ้นไปแต่ร่างสูงกดไว้ไม่ให้ไป
“บูมปล่อยเรา
เราไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ใคร”
“แล้วกูเป็นที่รองรับอารมณ์มึงรึไง”
“….”.
“คิดจะเสียบกู
โทษเถอะนะฝาเจลหล่อลื่นยังไม่มีปัญญาเปิดจะเอาแรงมาจากไหนกดกู”
“บูมจะลองมั้ยล่ะ
จะได้รู้ว่าเรามีแรงรึเปล่า” พลับพลึงยิ้มร้ายๆแบบท้าทาย
“ไม่ล่ะขอบคุณ กูไม่ใช่ไอซีวิคขาวที่ยอมเป็นเมียมึงง่ายๆหรอกนะ”
“แล้วทำยังไงบูมถึงยอม”
“นี่...เป็นเมียกูมันไม่ได้แย่หรอกนะ”
“....”
“เจ็บนิดเดียวเองครับพลับพลึง เชื่อบูมนะ
นะครับ”
การพูดจาที่นุ่มนวลเหมือนเมฆถูกส่งมาให้กับพลับพลึง
แววตาที่แสนอ่อนโยนแบบนั้นไม่เหมือนที่เคยเห็น พูดก็พูดเถอะ ถ้าบูมมาโหมดนี้
ในสถานการณ์แบบนี้ใครเจอก็ไปไม่เป็นทั้งนั้น
“แต่เราเป็นรุก”
“น่ารักๆแบบพลับพลึงน่ะจะเป็นอะไรไม่สำคัญหรอกครับ”
“….”
“เพราะพลับพลึงน่ะควรเป็นของบูมอย่างเดียวก็พอ”
ใบหน้าหวานเห่อร้อนจนขึ้นสี
พูดตรงๆบูมเปิดโหมดนี้ไม่มีใครไปเป็นหรอก
แม้แต่ผู้ชายแมนๆอกสามศอกอย่างพลับพลึงยังระทวย
แล้วนับประสาอะไรกับผู้หญิงพวกนั้นที่โดนตก
“บูมก็พูดแบบนี้กับทุกคน...”
พลับพลึงพูดด้วยท่าทางเหนียมอาย
“บูมไม่เคยอ่อนโยนกับใคร”
“ยกเว้นเราหรอ?”
“กับพลับพลึง บูมก็จะไม่อ่อนโยน”
“….”
“ยอมกูเถอะ มองจากเชียงใหม่เขายังรู้ว่ากูเงี่ยน”
“แต่ว่าเรารุก”
“ผลัดกันเคป้าว
ถ้ากูเสร็จแล้วมึงไม่พอใจ เดี๋ยวกูให้เสียบคืน”
“จริงนะ”
“ถ้ามึงไหว…”
มือหนาหยิบเจลหล่อลื่นมาเปิดฝาชโลมไปที่แก่นกายใหญ่และปากทางเข้าสีหวานที่เรียกร้องให้บูมเข้าไปสำรวจก่อนจะดันลำกายเข้าไป
“โอ๊ยยยยยย!
จะเจ็บ บูม...ทำไมไม่ใช้นิ้วก่อน มันเจ็บเหมือนร่างจะขาดฮึก”
“สุดท้ายกูก็ต้องเสียบอยู่ดี
จะใช้นิ้วเพื่ออะไร”
“แต่บูมเราเจ็บอึก...”
น้ำตาหยดใสๆค่อยไหลลงมาเพราะความเจ็บปวด
บูมค่อยๆจูบซับน้ำตาให้พลับพลึงอย่างอ่อนโยนก่อนที่จะใช้ปากจูบปิดเสียงร้องที่ตามมาทีหลังเพราะด้านล่างของบูมได้ดันเข้าไปจนสุดในทีเดียว
พลับพลึงสะอื้นออกมาอย่างน่าสงสารจนบูมอยากร้องไห้ตาม
คนตัวสูงได้แต่กอดปลอบเบาๆทั้งๆที่ส่วนนั้นยังเชื่อมติดกันไม่ปล่อย
“เค้าเจ็บอ่ะฮืออออออออ”
“กูขอโทษ
กูคิดน้อยไปเองว่าถ้าดันให้สุดมึงจะเจ็บทีเดียว”
“เค้าเจ็บอ่ะบูมฮึก
เค้าเจ็บมันเข็มพันเล่มเจาะทะลุผิวหนังเค้าเลยฮืออออ”
อาการงอแงแบบเด็กๆเกิดขึ้นรวมไปถึงสรรพนามที่ใช้แทนตัวเองด้วยความเคยชินถูกเอ่ยขึ้น
หากเป็นคนอื่นมางอแงในเวลาแบบนี้บูมคงโวยวาย แต่ทำไมกับคนตรงหน้าถึงได้ดูน่ารัก
เวลาที่มือน้อยๆปาดน้ำตาตัวเอง ยิ่งเห็นยิ่งอยากแกล้ง
แต่ก็ไม่กล้าแกล้งแล้วเพราะกลัวพลับพลึงจะร้องไห้หนักกว่าเดิม
“บูมขอโทษ บูมผิดเอง
พลับพลึงอย่าเกร็งนะครับ เดี๋ยวบูมจะขยับแล้ว ทนอีกนิดนะ...เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น”
“ฮึกกก บูมอ่อนโยนกับเค้าหน่อย”
เสียงออดอ้อนปนสะอื้นบอกให้ร่างสูงทำตัวเองอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป
แต่บูมไม่จำเป็นต้องฟังใคร เพราะบูมมีระบบที่เรียกว่าปกครองตัวเอง
ไม่อยู่ใต้หรือเป็นเชลยของใคร ฉะนั้นหากพลับพลึงบอกให้บูมอ่อนโยน บูมจะไม่ทำ!
“ถึงพลับพลึงจะชอบบูมมากๆ
บูมก็ไม่ยอมหรอกนะครับ”
“อ๊าาาาาาาาาาาส์”
บูมสวนเอวกระแทกเข้าช่องทางคับแน่นก่อนจะจับขาทั้งสองข้างของคนตัวเล็กพาดบ่าเพื่อให้การสอดใส่เข้าได้ลึกยิ่งขึ้น
ร่างเล็กร้องครางใช้เล็บจิกหลังของบูมจนเกิดรอยแดง
เอวสอบที่ทำหน้าที่ดันแก่นกายเข้าออกยังคงรัวและเร็วราวกับจักรเย็บผ้า
จากความเจ็บปวดในชั่วพริบตาแรกกลับกลายเป๋นความเสียวซ่านที่พลับพลึงไม่เคยได้รับมาก่อน
ราวกับว่าบูมได้เปิดมิติใหม่ของการมีเซ็กส์ให้กับพลับพลึง
ความจริงไม่อยากจะยอมรับว่าด้านหลังมันก็เยี่ยมไม่แพ้ด้านหน้าเลยซักนิด
อาจจะฟินมากกว่าเสียด้วยซ้ำ
มือน้อยค่อยๆจับแก่นกายที่แข็งของตัวเองก่อนจะชักรูดเพื่อช่วยให้ตนเสร็จ
บูมโน้มตัวลงมาใช้ลิ้นโลมเลียยอดอกสีสวยที่ขยับขึ้นลงตามแรงกระแทก
เสียงครางหวานยิ่งดังระงมไปทั้งห้อง ไม่นานนักน้ำสีขาวขุ่นของทั้งคู่ก็ถูกปล่อยออกมาจนเปรอะหน้าท้องและล้นทะลักช่องทางด้านหลังที่มีเลือดปนอยู่ด้วยเต็มไปหมด
“น้ำเยอะจังคนเก่ง” บูมถอนกายออกก่อนจะโน้มลงไปหอมแก้มนุ่มของพลับพลาตัวน้อยที่นอนส่งสายตาหวานเยิ้มให้
“บูม...เค้าขอ”
“จะทำจริงๆหรอ?” บูมกลืนน้ำลายเอือกใหญ่เมื่อนึกถึงคำที่ตัวเองเคยเอ่ยไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะผลัดกันรุก
ผลัดกันรับ เพราะต่างฝ่ายต่างอยากเสียบ
“บูมมมมมมม เค้าชอบบูมมากๆเลยนะ บูมเก่งกว่าเค้าอีก
แล้วเมื่อกี้มันก็ดีมากๆ...”
“....”
“ดีจนลืมไปว่าเค้าเคยชอบแบบไหนมาก่อนแต่ว่านะ...”
พลับพลึงยิ้มร้ายๆก่อนจะขึ้นคร่อมที่ตัวบูม
มือน้อยจับแก่นกายที่ปลดปล่อยมาแล้วสองรอบเข้าปากและดูดดึงจนมันเริ่มแข็งตัวในโพรงปากอีกครั้ง
“มึง....กูว่ามันไม่เวิร์ก”
“ชู่ววว บูม เค้าตามใจบูมแล้วเมื่อกี้
ทีนี้บูมต้องตามใจเค้าบ้างแล้วล่ะ หลับตาซะ ไม่เจ็บหรอกเชื่อเค้า”
บูมหลับตาแน่นพร้อมรวบรวมพลังกายทั้งหมดที่มีเพื่อจะพลิกคนตัวเล็กให้มาอยู่ใต้ร่างเช่นเคย
หากว่าพลับพลึงคิดที่จะเสียบเขาน่ะนะ
มือน้อยค่อยๆชโลมเจลล่อลื่นไปที่แก่นกายใหญ่ก่อนจะรูดรั้งสองสามที
แค่เสี้ยววินาทีที่บูมจะพลิกตัวกลับก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อคนตัวเล็กยกสะโพกทับแก่นกายของบูม
ช่องทางคับแน่นถูกแทนที่ด้วยแก่นกายใหญ่อันเดิม
ด้านหลังของบูมไม่มีการสอดใส่ใดๆทั้งนั้น
มีเพียงแก่นกายของบูมเท่านั้นที่สอดใส่ด้านหลังของพลับพลึง
“อึกกก บูมจ๋า” เสียงหวานๆที่กำลังควบแก่นกายของเขาครางออกมาอย่างยั่วยวน
ริมฝีปากเล็กๆถูกกัดอย่างได้อารมณ์
เอวเล็กคอดเหมือนผู้หญิงกำลังขย่มที่กลางลำตัวของบูมด้วยความเสียวซ่าน
มือน้อยๆของพลับพลึงเกลี่ยที่ยอดอกตัวเองเล่นและครางออกมาจนบูมไม่อยากทน
จับเอวก่อนจะกระแทกร่างบางขึ้นไปอย่างแรง
“ทำไมชอบยั่วล่ะครับหืมม”
“งื้ออออ บูมเราเสียว”
“บูมจะไม่ทนแล้วนะ” แม้น้ำเสียงจะอ่อนโยนเหมือนพี่ติ๊กเจตแต่ด้านล่างของบูมไม่ได้อ่อนโยนต่อจุดซ่อนเร้นแบบแลคตาซิตซักนิด
กลับทวีความแรงขึ้นเรื่อยๆ
“แรงๆบูมอ๊ะ แรงอีก” เสียงเรียกร้องความต้องการของพลับพลึงยังคงมีมากขึ้น
แม้ว่าระบบของบูมจะปกครองด้วยตัวเอง ไม่ยอมฟังใคร
แต่ครั้งนี้จะยอมฟังซักครั้งก็แล้วกัน
บูมจับคนด้านบนพลิกให้คว่ำหน้าในท่าด็อกกี้(ท่าหมา)ก่อนจะกระแทกเอวสอบเน้นๆอีกครั้ง
หลังเนียนของพลับพลึงถูกทำรอยเพราะความหมันเขี้ยว
“อ๊าส์ บูมจ๋า บูมชอบแมวใช่มั้ยอ๊ะ”
“ชอบสิ...” เสียงตอบรับพร้อมครางในลำคอถูกส่งออกมา
พลับพลึงที่โก้งโค้งอยู่เอี้ยวตัวหันหน้ามาหาร่างหนาที่กระแทกเอวสอบและเงยหน้าสูดปากด้วยความเสียวอยู่ก่อนจะเรียกชื่อ
“บูมจ๋า”
เสียงหวานๆเรียกชื่อบูม
“ครับบบบ”
“บูมจ๋าาาา เมี้ยวววววววว”
พลับพลึงกำมือหลวมๆไว้ที่ข้างแก้มพร้อมร้องเสียงแมวเหมียวแบบที่บูมชอบก่อนจะส่งสายตายั่วยวนระดับสิบมา
หลังจากบูมที่มองภาพด้านหน้านั้นสายตาก็ตาพล่าเบลอ รู้แค่ว่าวันนี้ไม่เช้าไม่เลิก
เอวสอบกระแทกความใหญ่โตเข้าไปอีกเน้นๆรัวๆจนเจ้าแมวน้อยตัวเมื่อกี้ครางเสียงหลงออกมาด้วยความเสียวซ่าน
“บูมเค้าจาเสร็จจ”
“ปล่อยเลย เดี๋ยวบูมทำต่อเองครับ”
น้ำเสียงนุ่มๆถูกส่งมาก่อนที่น้ำสีขาวขุ่นจากพลับพลึงจะถูกปลดปล่อย
เมื่อคนใต้ร่างเสร็จและบูมจวนใกล้จะเสร็จเต็มที
บูมก็ถอนแก่นกายออกก่อนจะพลิกตัวพลับพลึงที่นอนเหนื่อยอยู่ตรงหน้าแบบไม่รู้อะไร
แล้วค่อยๆขยับกายตัวเองไปใกล้ๆหน้าของคนตัวเล็ก
มือหนาชักแก่นกายใหญ่สองสามทีน้ำสีขาวขุ่มก็พุ่งออกจากลำกายไปที่ใบหน้าหวาน
เปรอะปาก เปรอะทุกส่วนของหน้าเต็มไปหมด บูมมองภาพคนตรงหน้าที่กำลังใช้นิ้วปาดน้ำกามที่เลอะใกล้ๆมุมปากและดูดมันอย่างเอร็ดอร่อย
บูมขยับตัวเองให้นั่งพิงหัวเตียงแล้วเอื้อมมือหยิบทิชชู่มาเช็ดหน้าหวานของคนตัวเล็กที่เปรอะน้ำกามอย่างเบาๆจนหมดก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กมานั่งที่ตักพร้อมกอดอย่างหลวมๆ
จมูกโด่งหอมไปที่หลังเนียน คอขาว
และแก้มนุ่มๆอย่างหลงใหล พลับพลึงน่ะหอมหวานมาก ยิ่งได้ลอง ยิ่งอยากครอบครอง แม้ภายนอกดูน่ารัก
เรียบร้อย พูดจานุ่มนิ่ม แต่ก็แฝงไปด้วยความเผ็ดชนิดพริกสิบเม็ด
เรียกได้ว่าตรงสเป็คบูมทุกอย่างเลยก็ว่าได้
“ทำไมต้องน่ารักขนาดนี้นะพลับพลึง” พูดแล้วก็หอมหัวไหล่มนอีกที
“งื้อออ บูมเค้าจั๊กกะเดียม”
“น่ารักเองทำไมอ่ะ”
“เค้าหล่อเถอะ”
“ยอมรับเถอะว่าน่ารักจริงๆ
ยิ่งเวลาอยู่ใต้ร่างยิ่งน่ารัก พลับพลึงจะไปเป็นผัวใครก็ได้
แต่ต้องเป็นเมียของบูมคนเดียวนะ ตกลงมั้ย”
“เค้าจะเป็นเมียของบูมคนเดียว”
“น่ารักว่ะ มึงเป็นรุกได้ยังไงทั้งๆที่มึงน่ารักได้ขนาดนี้”
“อยากรู้จริงอ่ะ” พลับพลึงเอี้ยวตัวไปถามพร้อมยิ้มๆ
“เออ”
“ของแบบนี้มันอยู่ที่คารมล้วนๆเลย”
“คารมเป็นต่อรูปหล่อเป็นเมียแล้วนะเนี่ย” บูมเกลี่ยแก้มใสอย่างหยอกล้อ
“บูม....”
“ครับ”
“เมื่อกี้อ่ะ เราชอบมากๆเลยนะ
บูมเก่ง แถมบูมยังอุ่นมากๆด้วย”
“พลับพลึงก็เก่งครับ แถมน่ารักมากๆ”
“บูม...ทำอีกได้มั้ย”
“หืม ไหวหรอ?”
“ไหว” คนตัวเล็กพยักหน้า
“งั้น...คบกันก่อน”
“ไหนบอกว่าเอากันเฉยๆสบายใจดี”
“ก็...ชอบมากๆไม่ใช่หรอ บูมกำลังยกตัวเองให้อยู่นะ”
“ถ้าคบแล้วมันจะดีจริงๆหรอ”
“ก็ทำแบบเมื่อกี้ได้แบบไม่ต้องรู้สึกผิดศีลธรรม”
“ไม่รู้...”
พูดจบบูมก็จับคนตัวเล็กนอนหงายก่อนจะคร่อมทำไว้
แล้วจับปลายแก่นกายถูไถไปที่บริเวณช่องทางแน่นด้านหลังไปมาจนคนตัวเล็กครางซี๊ดส์ซ๊าดออกมาด้วยความเสียว
“บูม...ใส่มันเข้าไปที”
“ไม่ คบกันก่อน”
“บูมเอาแต่ใจ...”
“เอายังไง นาทีทองเลยนะเนี่ย
คบตอนนี้แถมแฟนเหี้ยดีตลอดชีวิต” พูดจบก็ถูต่อ
“ข้อเสนอใช้ไม่ได้เลยซักนิด
แต่เราก็ชอบบูมมากๆอยู่ดี งั้นเราจะคบกับบูม” พลับพลึงยิ้มตาหยีให้คนที่คร่อมร่างตนไว้
แก่นกายยักษ์ถูกสอดใส่ที่ช่องทางเดิมอีกครั้งพร้อมกับสถานะใหม่และเซ็กส์ที่ดำเนินต่อไปทั้งคืน
ไปต่อที่จอยอีกหน่อยครัชชช
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น